บทที่ 4 ความสนุก

บทที่ 4

ความสนุก

งานเลี้ยงวันนี้เสิ่นเยว่แต่งตัวอย่างใส่ใจมากกว่าปกติ ทั้งชุดและเครื่องประดับทรงผมล้วนมากกว่าทุกงานที่เคยไป แต่ก่อนเสิ่นเยว่เป็นคนสบาย ๆ แต่งตัวเรียบง่าย ไม่ชอบความโดดเด่น ต่างจากตอนนี้ที่เสิ่นเยว่เปลี่ยนมาเป็นสตรีที่แต่งตัวทำให้ตัวเองเป็นคนที่โดดเด่นขึ้น

ถ้าคนทั้งงานไม่มอง นางคิดว่าพวกเขาตาไม่ดีแล้ว ความงามของเสิ่นเยว่ไม่ใช่น้อย ไม่ด้อยกว่าสตรีอื่น นางจะใช้วันนี้เปิดตัวตนเอง

ซึ่งมันไม่ยาก เพราะเสิ่นเยว่มีความงามอยู่แล้ว นางเพียงแต่งหน้ามากขึ้น ทำผมให้ดูดี เปิดเผยใบหน้าและสวมชุดที่เข้ากับตนเอง เท่านี้ทุกอย่างก็ลงตัว นางกลายเป็นสตรีงดงามโดดเด่นผู้หนึ่ง

แน่นอนว่าเมื่อนางมาถึง การมาของเสิ่นเยว่ก็เป็นที่สนใจของทุกคนในงานให้หันมามอง

ทุกคนในงานมองมาเป็นตาเดียวก่อนหันไปแลกเปลี่ยนพูดถึง จางฮูหยินเปลี่ยนไปแล้ว มิใช่สตรีอ่อนหวานที่ดูจืดชืด แต่เป็นสตรีที่มองข้ามไม่ได้เลยต่างหาก ทั้งงดงาม สูงส่ง แข็งแกร่งและดูอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน

หลังจากทักทายเจ้าของงาน กล่าวคำอวยพร และมอบของขวัญ เสิ่นเยว่ก็เลือกที่จะไปหามุมสงบ ๆ ภายในงานนั่งเล่นรอเวลาเหมาะสม เพราะนางไม่อาจจะกลับได้เลยทันที แต่เสิ่นเยว่ไม่มีสหายสนิททำให้นางไม่รู้ว่าควรไปนั่งกับใคร เมื่อไม่รู้ว่าควรนั่งที่ไหน เช่นนั้นนางจึงเลือกสวนที่ไกลออกมาเป็นที่เดินเล่น

“ไม่คิดว่าวันนี้จางฮูหยินจะออกมาร่วมงาน ไม่ได้เจอท่านนาน ยังงดงามเช่นเดิมไม่เปลี่ยน”

เสิ่นเยว่ยิ้มหวานให้ผู้ที่เข้ามาทักทายเป็นคนแรก นางมองเจิ้งส่วงด้วยรอยยิ้ม ใบหน้างดงามแสดงออกเพียงความอ่อนโยนเมตตา เสียงหัวเราะหวานใสดังออกมาก่อนเสิ่นเยว่จะเอ่ยปากตอบรับ

“ข้าออกมาจากจวนบ่อยครั้ง แต่ออกงานไม่มากเท่าที่ควร มาวันนี้เพราะต้องเป็นตัวแทนจวนจางมาแสดงความยินดีกับพระชายาอ๋องสี่ การแต่งตัวต้องใส่ใจมากขึ้นด้วยไม่ใช่งานทั่วไป ไม่เช่นนั้นจะเสียหน้าไปถึงจวนจางได้”

“ตัวแทนจวนจาง…”

“เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ว่างเพราะงานล้นมือ ข้าที่เป็นภรรยาย่อมต้องมาแทน”

เสิ่นเยว่เอ่ยเสียงอ่อนหวาน ครั้งนี้รอยยิ้มเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ดวงตายังสดใส ไม่มีร่องรอยความเศร้าหมองอย่างทุกครั้งที่พูดถึงผู้เป็นสามี ไม่มีความวิตกว่าจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเรื่องคืนเข้าหอของตนเองอีก

นางดูเป็นสตรีที่มีความสุขไม่อมทุกข์ในใจอีกแล้ว

“ดูท่านายท่านสกุลจางคงดูแลท่านดีมากขึ้น จากฮูหยินที่อมทุกข์ ใบหน้าไร้รอยยิ้ม ตอนนี้ถึงได้ยิ้มแย้ม”

น้ำเสียงของเจิ้งส่วงกดต่ำลง ดวงตามีแววความไม่พอใจพาดผ่าน

เสิ่นเยว่ยิ้มเขินอาย นางทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าที่พูดมาถูกต้อง เขาดูแลนางดีมากขึ้นจนเสิ่นเยว่กลายเป็นสตรีสดใส

“เจ้าค่ะ ท่านพี่ดูแลข้าดีมาก หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันก็ดีขึ้น ทำให้ข้าสบายใจหลายเรื่อง เรื่องในจวนก็เข้าที่เข้าทาง ไม่เหมือนตอนแต่งเข้าจวนจางใหม่ ๆ อีกอย่างจวนจางเรามีข่าวดีแล้ว ข้าในฐานะฮูหยินยิ่งต้องใส่ใจทุกอย่างมากขึ้น”

คำว่าเข้าใจกันของสามีภรรยาและข่าวดี ทำให้เจิ้งส่วงหน้าเปลี่ยน ใบหน้าอีกฝ่ายซีดขาว ดวงตากว้างขึ้นเหมือนกับว่ากำลังกลัวว่าข่าวดีมันมีไม่กี่เรื่อง

“ข่าวดีอะไร จางฮูหยินท้องเช่นนั้นหรือ ข้าได้ข่าวมาว่าพวกท่านไม่ได้ร่วมหอ ไยจึงท้องได้ มิใช่ท่าน…”

เสิ่นเยว่ยิ้ม อีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ พูดว่านางสวมหมวกเขียวหรือ

“ข้าทำไมหรือ”

เสิ่นเยว่เอ่ยถามหน้าตาใสซื่อ ไม่เข้าใจความนัยที่อีกฝ่ายพูด ดีที่ในสวนมีคนน้อย แต่ละคนยังยืนห่างออกไปมาก ทำให้การสนทนาครั้งนี้ไม่มีใครได้ยิน

“อย่าให้ข้าพูดเลย ท่านจะแย่เปล่า ๆ”

ในที่สุดเจิ้งส่วงก็ตัดบท นางไม่พอใจสตรีตรงหน้าและอยากจะเข้าไปแทนที่ จางเหวินซูคือบุรุษที่ดีพร้อมทุกด้าน อนาคตยังไปได้ไกล มากฝีมือ เก่งเรื่องงาน ฐานะตระกูลถือว่าดีมาก เป็นตระกูลเก่าแก่ ร่ำรวย หน้าตายังหล่อเหลาน่ามอง

นางที่เป็นคุณหนูในห้องหอเจอเขาเพียงสองครั้งยังใจเต้น จนเมื่อสองเดือนก่อน ก่อนที่อีกฝ่ายจะแต่งงานไม่กี่เดือน นางกับเขามีความรักให้กัน เสียดายที่มารดาคนรักเลือกสตรีอื่นและทำการส่งของหมั้นหาวันแต่งโดยที่นางแก้ไขไม่ทัน ได้แต่ยืนมอง จางเหวินซูก็ทำอะไรไม่ได้ เจิ้งส่วงก็ไม่มีทางเลือก จำต้องให้คนรักแต่งงาน แต่มาตอนนี้นางไม่อยากให้เขาเป็นของคนอื่นแล้ว เขาควรเป็นของนางคนเดียว

เรื่องที่ตั้งแต่แต่งงานทั้งสองไม่เคยเข้าหอกันเลยนางรู้ดี และนางเป็นคนนำข่าวนี้ไปแพร่ให้คนอื่นรู้จนเสิ่นเยว่เป็นตัวตลกของผู้คน งดงามแต่สามีไม่จับต้อง เป็นดอกไม้เหี่ยวแห้งที่สามีไม่สนใจ

“จะแย่ได้ยังไงกัน ข้ากับท่านพี่เข้าใจกันมากขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องข่าวดีเป็นของอนุเหมยจื่อต่างหาก”

ทันทีที่เสิ่นเยว่พูดจบ ใบหน้าเจิ้งส่วงก็แตกตื่น ดวงตาเบิกกว้างมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ร่างของเจิ้งส่วงเข้ามาประชิดเสิ่นเยว่แล้วจับไหล่สองข้างทำให้เสิ่นเยว่เผยสีหน้าตกใจกับการกระทำของเจิ้งส่วงทันที

“เจ้าว่าอะไรนะ นังแพศยานั่น”

“คุณหนูเจิ้ง ข้าเจ็บ โปรดปล่อยมือก่อน”

น้ำเสียงตื่นกลัวปนตกใจของเสิ่นเยว่ทำให้เจิ้งส่วงได้สติ นางเอามือออกพร้อมกับถอยห่างออกไป ใบหน้าเจิ้งส่วงมีความตกใจเช่นกัน นางมองรอบตัวก่อนจะพบว่าสายตาหลายคู่ที่ตอนแรกไม่สนใจ เวลานี้ทุกคู่มองมาที่นางเป็นตาเดียว พร้อมกับเริ่มหันไปพูดคุยว่าทั้งสองคนมีเรื่องอะไรกันแน่ เหตุใดจึงกระทำรุนแรงต่อฮูหยินตระกูลจางเช่นนี้

เสิ่นเยว่มองรอบตัวเช่นกัน นางตกใจมาก หน้าตาซีดลงมากกว่าเดิม ท่าทางราวกระต่ายน้อยที่กำลังถูกขย้ำก็ไม่ปาน ยิ่งสายตาที่ใช้มองเจิ้งส่วงคือสายตาไม่ไว้ใจ

“คุณหนูเจิ้ง ท่านเป็นอะไรหรือไม่ เหตุใดจึงแปลกไป ข้าเพียงพูดเรื่องในจวนข้าเท่านั้น หรือว่าท่านเข้าใจอะไรผิดอยู่”

เจิ้งส่วงที่ถูกถามทำหน้าไม่ถูก นางไม่สามารถพูดออกมาตรง ๆ ได้ว่าที่ทำลงไปเพราะไม่พอใจจนขาดสติ

“ข้าเพียงหลงลืมตัว ขออภัยจางฮูหยินด้วย แต่เรื่องที่ท่านพูดมาเป็นความจริงหรือ อนุเหมยจื่อ อนุของนายท่านจางตอนนี้นางตั้งท้อง”

เสิ่นเยว่พยักหน้า รอยยิ้มหวานสดใสกลับมาอีกครั้ง ลืมเลือนความตกใจก่อนหน้านี้

“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเองเพิ่งรู้เมื่อเช้าเพราะเห็นคนสนิทของนางออกจากจวนไปซื้อยา คิดว่าเย็นนี้จะไปแสดงความยินดี แล้วจะขอให้ท่านพี่เลื่อนฐานะให้นางมาเป็นฮูหยินรองของจวน ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจางอยากได้หลานมาสืบสกุล ตอนนี้เป็นผลแล้ว ถึงข้ายังมีไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้จวนจางก็มีทายาทแล้ว เป็นแบบนี้จึงจะดี”

คำพูดนี้ของเสิ่นเยว่ คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ได้ยินแล้วหันไปพูดคุย จวนจางมีข่าวดี ทั้งยังมาจากอนุ ส่วนฮูหยินของจวนก็ช่างเป็นคนเมตตาใจกว้างสมกับเป็นฮูหยินเอกของสามีที่เข้าใจธรรมเนียม ใจกว้างให้อนุในจวนถึงขนาดที่ว่าจะเลื่อนฐานะให้

ตอนนี้ทุกคนที่ได้ยินก็รู้สึกว่าขุนนางจางเหวินซูช่างโชคดีที่มีฮูหยินเช่นนี้

“จวนจางช่างมีข่าวดีจริง ๆ”

“เจ้าค่ะ ท่านพี่คาดหวังอยากได้บุตร ฮูหยินผู้เฒ่าเช่นกัน เรื่องเช่นนี้ช่างเป็นเรื่องดีจริง ๆ”

“ยินดีกับท่านด้วย ไม่คิดเลยว่าท่านจะมากเมตตาต่ออนุของสามีขนาดนี้ หากคลอดบุตรชายออกมา ที่ยืนของท่านอาจจะไม่ปลอดภัยได้ แต่ท่านที่จิตใจดีคงไม่กังวลเรื่องนี้ เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องขอตัว ยังมีเรื่องต้องจัดการ”

เสิ่นเยว่ยิ้มรับคำลา วันนี้นางได้เล่นสนุกมากพอแล้ว หากเป็นในอดีต วันนี้เสิ่นเยว่จะถูกเจิ้งส่วงพูดจาถางถากทำร้ายจิตใจ ทำให้นางกลายเป็นตัวตลกในงาน ทุกคนต่างหัวเราะเรื่องที่เสิ่นเยว่แต่งงานแต่สามีไม่สนใจ

วันนี้กลับกลายเป็นว่านอกจากชื่อเสียงเสิ่นเยว่จะไม่เสียหาย คนที่กำลังจะเป็นบ้าคือเจิ้งส่วงที่ถูกนางปั่นหัว เรื่องที่เหมยจื่อท้องถูกปิดเป็นความหลับ จะรู้ในอีกสองเดือนข้างหน้า แต่เสิ่นเยว่เอามันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวนางเอง

นางอยากให้เจิ้งส่วงสร้างเรื่อง ส่วนตัวนางก็ถูกคนอื่น ๆ มองในทางที่ดี เป็นสตรีมากเมตตาและใจกว้างดั่งแม่น้ำ มาดูกันว่าพวกเจ้าจะหาเรื่องอะไรมาทำลายชื่อเสียงข้าเพื่อให้ข้าพ้นทางพวกเจ้า หรือจะใช้เพียงวิธีการเดิม ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป